ประสิทธิผลของโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ (Motivational Interviewing : MI) สำหรับผู้สูบบุหรี่ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลพุเตย ตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ
คำสำคัญ:
บุหรี่, การสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติของผู้สูบบุหรี่ก่อนการใช้โปรแกรมของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เพื่อเปรียบเทียบความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติของผู้สูบบุหรี่ก่อนและหลังการทดลองใช้โปรแกรมของกลุ่มทดลอง และเพื่อเปรียบเทียบความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติของผู้สูบบุหรี่หลังการทดลองใช้โปรแกรมระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูบ จำนวน 60 คน ได้มาด้วยวิธีการเลือกกรณีตรงตามประเด็นการวิจัยมากกว่าปกติ และสุ่มเข้ากลุ่มทดลอง จำนวน 30 คนและกลุ่มควบคุมจำนวน 30 คน ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวมรวมข้อมูลได้แก่แบบสอบถามชนิดสัมภาษณ์ซึ่งประกอบด้วยแบบวัดความรู้ แบบวัดเจตคติ และแบบวัดการปฏิบัติของผู้สูบบุหรี่และแบบบันทึกการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพความตรงตามเนื้อหาของเครื่องมือจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน และหาค่าความเที่ยงด้วยวิธีของคูเดอร์ ริชาร์ดสัน (KR - 20) และสัมประสิทธิแอลฟาของครอนบาร์ค (Alpha of Cronbach) ใช้สถิติพรรณนา และการทดสอบค่าคะแนนเฉลี่ยภายในกลุ่มทดลองกลุ่มใช้สถิติ Wilcoxon W การทดสอบค่าคะแนนเฉลี่ยระหว่างกลุ่มใช้สถิติ Mann- Witney U Test
ผลการศึกษาโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจสำหรับผู้สูบบุหรี่พบว่าก่อนการใช้โปรแกรมการกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ เจตคติและการปฏิบัติไม่แตกต่างกัน (p>0.05) หลังการใช้โปรแกรมกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ ด้าน เจตคติ และการปฏิบัติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และหลังการทดลองใช้โปรแกรมพบว่าคะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ ด้านเจตคติ และการปฏิบัติของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)
ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจสำหรับผู้สูบบุหรี่ มีประสิทธิภาพสามารถนำไปใช้ในการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้ผู้สูบบุรี่เลิกสูบบุหรี่ได้
Downloads
เอกสารอ้างอิง
ธีรพล หล่อประดิษฐ์, และณรงค์ศักดิ์ หนูสอน. (2559). ผลของโปรแกรมการป้องกันการสูบบุหรี่ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนตนโรงเรียนขยายโอกาสอำเภอคีรีมาศจังหวัดสุโขทัย. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร.
เทิดศักดิ์เดชคง. (2555). เทคนิคให้คำปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจ. กรุงทพฯ สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน
ทิพย์ฤทัย ธงศรี.(2562). ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษาเพื่อครอบครัวปลอดบุหรี่โดยเภสัชกรปฐมภูมิ.วิทยานิพนธ์.ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชกรรมปฐมภูมิ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ประสิทธิ์ กี่สุขพันธ์. (ออนไลน์) การเลิกสูบบุหรี่ ( smoking cessation) แหล่งที่มา https://med.mahidol.ac.th/fammed/sites/default/files/public/pdf/smokingcessation.pdf สืบค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2563
ปราณี แผนดี.(2563). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการลดสูบบุหรี่ต่อพฤติกรรมการลดสูบบุหรี่ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร.วิทยานิพนธ์ สาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ปรีดี บัญญัติรัชต, วิโรจน์ เจียมจรัสรังษี, ดุสิต จันทยานนท์, และพิชัย แสงชาญชัย. (2560). ประสิทธิผลของการประยุกต์โปรแกรมเลิกบุหรี่ ในทหารกองประจำการผลัดที่ 1/2559 กองร้อยพลเสนารักษ์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. เวชสารแพทย์ทหารบก, 70(1), 31-39.
วรุจิรา หวังมั่น,นิรันดร์ สร้อยระย้า,ลือ มีแก้ว และจันทร์เพ็ง หึงขุนทด.(2557). การศึกษาประสิทธิผลของการให้ค้าปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้รับบริการในคลินิกอดบุหรี่ โรงพยาบาลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์. พิมพ์ครั้งที่ 1.สุรินทร์.
ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ. (2558). รายงานสรุปสถานการณ์เฝ้าระวังเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบ 5 มิติ. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ, เจริญมั่นคงการพิมพ์.
ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ .(2560). การทบทวนวรรณกรรมบ้านปลอดบุหรี่. ก้าวทันวิจัยกับศจย, 9(3),3-22.
สมคิด อุ่นเสมาธรรม. (ออนไลน์) การสูบบุหรี่กับโรคเบาหวาน แหล่งที่มา http://www.rajavithi.go.th/rj/wp-content/uploads/2017/08/smok.pdf สืบค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2563
สมหมาย คชนาม. (2563) เอกสารประกอบการฝึกอบรมการพัฒนางานประจำสูงานวิจัย, อัดสำเนา
สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ.(2559). แผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแหงชาติ พ.ศ.2559 - 2562. นนทบุรี. ไนซ์เอิร์ธดีไซด์
สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ และศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ. (2559). สถานการณ์การควบคุมการบริโภคยาสูบของประเทศไทย พ.ศ. 2559. กรุงเทพมหานคร: เจริญมั่นคงการพิมพ์
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2557). การสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และดื่มสุราของประชากร พ.ศ.2557. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ,เท็กซ์แอนด์เจอร์นัลพับลิเคชั่น.
องอาจ นัยพัฒน์. (2549). วิธีวิทยาทางการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทางพฤติกรรมศาสตรและสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ. สามลดา.
Bartz, Albert E. (1999). Basic Statistical Concept. New Jersey : Prentice-Hall, Inc
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##
