เพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
คำสำคัญ:
การสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักวิถีธรรม, ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง, ภาวะแทรกซ้อนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experimental research) เพื่อศึกษาผลของการประยุกต์ใช้แนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักวิถีธรรม เพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย ได้แก่ รูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักวิถีธรรม และเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม จำนวน 4 ส่วน ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา (Content Validity) และมีความเหมาะสมของเนื้อหา ค่าดัชนีของความสอดคล้อง (IOC) ได้เท่ากับ 0.71 และค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับ ได้เท่ากับ 0.957 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ สถิติ Paired Samples t - test
ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 80.60 อายุระหว่าง 61 ปีขึ้นไปมากที่สุด ร้อยละ 50.00 สถานภาพส่วนใหญ่สมรส ร้อยละ 61.10 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ การศึกษาในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 63.90 อาชีพส่วนใหญ่เกษตรกร ร้อยละ 38.90 และมีรายได้ส่วนใหญ่ อยู่ระหว่าง 5,001 - 10,000 บาท ร้อยละ 38.90 หลังทดลองกลุ่มตัวอย่างมี มีค่าความดันโลหิตลดลงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 (t=13.808,p <. 01) หลังการทดลองกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของตนเองสูงกว่าก่อนทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 (t=7.658, p <. 01) หลังทดลองกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยรวมการนำหลักปฏิบัติการสร้างเสริมสุขภาพด้วยวิถีธรรมไปใช้อย่างต่อเนื่อง อยู่ในระดับปฏิบัติประจำ (x̅ = 3.48, S.D = 0.69) และหลังทดลองกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อผลของการประยุกต์ใช้แนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักวิถีธรรม เพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีคะแนนเฉลี่ยรวมความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.41, S.D .= 0.25)
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2563). รายงานสถานการณ์โรค NCDs. นนทบุรี:สำนักพิมพ์อักษรกราฟิคแอนด์ดีไซด์
กองยุทธศาสตร์และแบบแผน [ออนไลน์]. (2563). สถิติสาธารณสุข. เข้าได้ถึงจาก : http://bps.moph.go.th/new_bps/สำนักงานประปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
ปิยะนุช จิตตนูนท์ และคณะ. (2564). ความรู้โรคหลอดเลือดสมองและพฤติกรรมป้องกัน ของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง: กรณีศึกษาตำบลห้วยนาง จังหวัดตรัง. วารสารพยาบาลศาสตร์สงขลานครินทร์ ปีที่ 41 ฉบับที่ 2 2564. 13-25.
ปณิธาน กระสังข์ จีระศักดิ์ ทัพผา.(2564). ผลของการประยุกต์ใช้รูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพด้วยหลักวิถีธรรม ชุมชนตำบลบบ้านฉาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี. วารสาร มฉก.วิชาการ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 หน้า 180-195
ลัดดา ปิยเศรษฐ์. (2557). ศึกษาการพัฒนารูปแบบการสร้างสุขภาพดี วิถีพุทธ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเรื้อรังในชุมชน : กรณีศึกษาบ้านคุยป่ารัง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์. (2561). รายงานสรุปผลการดำเนินงานรายไตรมาส 2 ประจำปีงบประมาณ 2561.
สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิอุทัย สุดสุข. (2557). สรุปผลการสัมมนาพัฒนารูปแบบสุขภาพที่ดี วิถีพุทธ ด้านการสร้างสุขภาพและรักษาพยาบาล ปี 2557. วันที่ 2-4 ธันวาคม 2557. นนทบุรี.
สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิอุทัย สุดสุข. (2556). รูปแบบโครงการสร้างเสริมสุขภาพ วิถีพุทธ. โรงพิมพ์นิวธรรมดา. กรุงเทพฯ
สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิอุทัย สุดสุข. (2556). แนวทางการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ 3ส.3อ.1น. เพื่อสร้างสุขภาพองค์รวม. โรงพิมพ์นิวธรรมดา. กรุงเทพฯ
Cohen J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2"0 ed. Hillsdale, NJ: Erlbaum;
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##
