การพยาบาลมารดาหลังผ่าตัดคลอดที่มีภาวะตกเลือดและโรคร่วมเอสแอลอี

ผู้แต่ง

  • จันหอม แหชัย โรงพยาบาลราชวิถี

คำสำคัญ:

การพยาบาล, ภาวะตกเลือด, โรคเอสแอลอี

บทคัดย่อ

การพยาบาลมารดาหลังผ่าตัดคลอดที่มีภาวะตกเลือดและโรคร่วมเอสแอลอี มารดาหลังผ่าตัดคลอดมีภาวะตกเลือดหลังคลอด มีการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เสี่ยงต่อการกำเริบของโรคเอสแอลอี และมีภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนดคลอดร่วมกับมีน้ำคร่ำขุ่น ทารกเสี่ยงต่อการสำลักน้ำคร่ำและเสียชีวิตขณะและหลังคลอดได้ กรณีศึกษาตั้งแต่แรกรับจนจำหน่าย 1 ราย กรณีศึกษาหญิงไทยอายุ 32 ปี ตั้งครรภ์ครั้งที่สองฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลราชวิถีมาตลอดมีโรคร่วม SLE มาด้วยอาการ 6 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล มีไข้เจ็บครรภ์ ท้องแข็ง ไม่มีน้ำเดิน แพทย์วินิจฉัย G2POAI GA 39wk. by LMP with Maternal SLE with anti-Ro, Anti La positive with URI with Labor pain รักษาโดยการผ่าตัด อาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้ สัญญาณชีพปกติ น้ำคาวปลาสี ส้มจางออกเล็กน้อย เต้านมคัดตึงไหลดี อาการทั่วไปปกติดี แพทย์อายุรกรรมโรคติดเชื้อมาประเมินอาการให้จำหน่ายได้ จากกรณีศึกษา มารดารายนี้มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์และคลอด เนื่องจากมารดาเป็นโรค SLE มีอาการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดคลอดพร้อมกับมีภาวะติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ หลังคลอดมารดายังมีไข้สูง ได้รับการวินิจฉัย Acquired Pneumonia ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ผู้ป่วยมีภาวะซีดหลังคลอด ได้รับการรักษาด้วยเลือดและยาบำรุงเลือด จากการได้รับการดูแลรักษาที่ดี ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง และได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ทารกหลังคลอดมีภาวะหายใจลำบาก ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และย้ายไปรับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางและในหน่วย NICU ที่มีแพทย์ เครื่องมือพร้อมในการช่วยชีวิต ทำให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ทารกอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ถอดเครื่องช่วยหายใจ และสามารถหายใจเองได้ สามารถออกจาก NICU และกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
ดังนั้นบทบาทของพยาบาล ต้องใช้ความรู้ความสามารถ ทักษะเฉพาะทางในการให้การดูแล ทั้งในด้านร่างกาย การให้คำปรึกษาด้านจิตใจ มารดาและทารกระยะหลังคลอด และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการกำเริบของโรคเอสแอลอี เพื่อให้มารดาและทารกปลอดภัย

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. สำนักนโยบายและ ยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข. (2557). สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2557. นนทบุรี: สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.

ญาดา ทองอยู่. (2558). Surgical Management of Post partum hemorrhage (PPH). [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ16 ก.ย.66]. เข้าถึงได้จาก : https://wl.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics/topic-review/4097/

ปฐมพงษ์ โตวิวัฒน์. (2556). โรคลูปัสในหญิงตั้งครรภ์. กรุงเทพ : ศูนย์เรียนรู้และหอสมุด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

โรงพยาบาลราชวิถี. (2564). รายงานสถิติ. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ16 ก.ย.66]. เข้าถึงได้จาก : https://www.rajavithi.go.th/rj/wp-content/uploads/2022/10/Medical-Records-and-Statistics_compressed.pdf

วรรณชนก ลิ้มจำรูญ. (2564). การวิเคราะห์สถานการณ์การตายมารดาไทยประจำปีงบประมาณ 2563. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ16 ก.ย.66]. เข้าถึงได้จาก : https://hp.anamai.moph.go.th/th/km-research-person/download/?did=204804&id=73629&reload=

วิไลพรรณ สวัสดิ์พานิชย์. (2554). การพยาบาลมารดาหลังคลอด. (พิมพ์ครั้งที่7). ชลบุรี: โรงพิมพ์ศรีศิลปะการพิมพ์.

สำนักงานส่งเสริมสุขภาพ (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ). (2545). สถานการณ์สุขภาพของประเทศไทย. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 16 ก.ย. 2566]. เข้าถึงได้จาก : https://www.thaihealth.or.th

สุฑารัตน์ ชูรส. (2562). การป้องกันการตกเลือดหลังคลอด: บทบาทของพยาบาล. (อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 16

ก.ย. 2566]. เข้าถึงได้จาก : https://srth-service.com/journal11/file_joural/Y33N1/15_sutharat.pdf

Smyth A. et al. (2553). Pregnancy outcomes in women with systemic lupus erythematosus: a systematic review and meta-analysis. Annals of the Rheumatic Diseases, 70(6), 983-992. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 16 ก.ย. 2566]. เข้าถึงได้จาก : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3001786/

World Health Organization. (2012). WHO recommendations for the prevention and treatment of postpartum hemorrhage. Italy: WHO Library Cataloguing-in-Publication Data. Retrieved from https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/75411/9789241548502_eng.pdf

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-18

รูปแบบการอ้างอิง

แหชัย จ. (2026). การพยาบาลมารดาหลังผ่าตัดคลอดที่มีภาวะตกเลือดและโรคร่วมเอสแอลอี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา-สสศท, 15(1), 76–93. สืบค้น จาก https://li05.tci-thaijo.org/index.php/AEET/article/view/997

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย