วารสารวิจัยเส้นใย ผ้า และแฟชั่น https://li05.tci-thaijo.org/index.php/Textile <p>วารสารวิจัยเส้นใย ผ้า และแฟชั่น (Fiber Fabric &amp; Fashion Research Journal) จัดทำโดยคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ISSN: 2773-8620(ออนไลน์) มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่บทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article) ที่มีคุณค่าทางวิชาการ โดยเปิดรับผลงานจากทั้งภายในและภายนอกสถาบัน ซึ่งทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 3 ท่าน แบบปกปิดรายชื่อทั้งสองฝ่าย (Double-blinded) โดยมีกำหนดการตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ (มกราคม - มิถุนายน และ กรกฎาคม - ธันวาคม)</p> Rajamangala University of Technology Phra Nakhon, Faculty of Industrial Textiles and Fashion Design th-TH วารสารวิจัยเส้นใย ผ้า และแฟชั่น 2773-8620 การออกแบบตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือรูปแบบสัตว์ในตำนานสี่หูห้าตา https://li05.tci-thaijo.org/index.php/Textile/article/view/1119 <p class="p1">การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการออกแบบและตัดเย็บตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือรูปแบบสัตว์ในตำนานสี่หูห้าตา<br>2) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีต่อการออกแบบและตัดเย็บตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือรูปแบบสัตว์ในตำนานสี่หูห้า<br>ตา โดยมีวิธีการดำเนินงาน 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การออกแบบและตัดเย็บตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือรูปแบบสัตว์ในตำนานสี่หู<br>ห้าตา ขั้นตอนที่ 2 สอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อการออกแบบและตัดเย็บตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือรูปแบบสัตว์ใน<br>ตำนานสี่หูห้าตา ขั้นตอนที่ 3 ดำเนินการตัดเย็บต้นแบบตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือรูปแบบสัตว์ในตำนานสี่หูห้าตา และขั้นตอนที่ 4<br>สอบถามความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีต่อการออกแบบและตัดเย็บตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือรูปแบบสัตว์ในตำนานสี่หูห้า<br>ตา กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริโภคที่มีความสนใจหรือซื้อของที่ระลึกตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือรูปแบบสัตว์ใน<br>ตำนาน สี่หูห้าตา ในจังหวัดเชียงราย จำนวน 100 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ สอบถามความพึงพอใจของ<br>ผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อการออกแบบจำนวน 10 รูปแบบ และให้ผู้เชี่ยวชาญเลือก 5 รูปแบบเพื่อใช้ในการตัดเย็บตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือ<br>รูปแบบสัตว์ในตำนานสี่หูห้าตา โดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถาม จำนวน 100 ชุด เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้<br>โปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย<br>ผลการวิจัยพบว่าการคัดเลือกแบบร่างตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือรูปแบบสัตว์ในตำนานสี่หูห้าตาที่ได้ออกแบบไว้และได้รับการ<br>คัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญ 5 รูปแบบ คือ แบบร่างที่ 1 แบบร่างที่ 4 แบบร่างที่ 5 แบบร่างที่ 7 และ แบบร่างที่ 10 ผลการศึกษา<br>ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีต่อการออกแบบตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือรูปแบบสัตว์ในตำนานสี่หูห้าตาโดยภาพรวม<br>พบว่ามีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ที่ค่าเฉลี่ย 4.59 เมื่อพิจารณาแต่ละข้อหัวพบว่า ค่าเฉลี่ยมากที่สุดได้แก่ข้อหัวความ<br>ละเอียดและประณีตของผลิตภัณฑ์ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 4.76 และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดได้แก่ข้อหัวผลิตภัณฑ์ใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์<br>โดยมีค่าเฉลี่ย 4.42</p> นรเทพ โปธิเป็ง วชิราภรณ์ รัศมี สามารถ รอดยิ้ม อาทิตย์ มงคลดี ศุภนิชา โยปัญเตี้ย อรยา นามวงค์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยเส้นใย ผ้า และแฟชั่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-04 2026-01-04 5 2 1 13 การจัดลำดับความสำคัญของอุปสรรคที่มีผลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในอุตสาหกรรมสิ่งทอ: วิธีการวิเคราะห์ลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) https://li05.tci-thaijo.org/index.php/Textile/article/view/1122 <p class="p1">&nbsp;</p> <p class="p2">การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสิ่งทอ อย่างไรก็ตาม กระบวนการดำเนินงานดังกล่าวมักเผชิญกับอุปสรรคหลายประการซึ่งทำให้ความก้าวหน้าเป็นไปได้อย่างจำกัด งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุและจัดลำดับความสำคัญของอุปสรรคที่มีผลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยสังเคราะห์อุปสรรคจำนวน 9 ประการจากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และประเมินความสำคัญผ่านผู้เชี่ยวชาญสามท่านด้วยกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytic Hierarchy Process: AHP) ผลการวิจัยพบว่า ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีเป็นอุปสรรคที่มีความสำคัญสูงสุด รองลงมาคือข้อจำกัดด้านงบประมาณและเงินทุน และการขาดการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของบุคลากร ส่วนอุปสรรคอื่น เช่น การเกิดไซโลข้อมูล ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี การรับรู้ความเสี่ยง การขาดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และข้อจำกัดเชิงนโยบาย อยู่ในระดับความสำคัญรองลงมา ผลลัพธ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วางแผนงบประมาณ และพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อเพิ่มความพร้อมด้านดิจิทัล และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p> อำนาจ โรจน์ชนา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยเส้นใย ผ้า และแฟชั่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-04 2026-01-04 5 2 14 25 การย้อมและสมบัติการต้านแบคทีเรียบนผ้าฝ้ายด้วยสีจากใบสะเดา โดยใช้ไคโตซานเป็นสารช่วยติดสี https://li05.tci-thaijo.org/index.php/Textile/article/view/1123 <p class="p1">&nbsp;</p> <p class="p2">ปัจจุบันมีการใช้สารธรรมชาติเพื่อผลิตวัสดุสิ่งทอที่มีมูลค่าเพิ่มและยั่งยืน สารสกัดจากพืชบางชนิดสามารถย้อมและให้สมบัติใหม่แก่เส้นใยสิ่งทอได้พร้อมๆ กัน ดังนั้นจึงมีความสนใจศึกษาการย้อมและการต้านแบคทีเรียบนผ้าฝ้ายด้วยสีจาก ใบสะเดาโดยใช้ไคโตซานเป็นสารช่วยติดสี ศึกษาเวลาในการเก็บรักษาน้ำสี ปริมาณไคโตซาน อุณหภูมิ และเวลาในการย้อม ประเมินผลจากค่าการติดสี (K/S) สมบัติความคงทนของสี ความกระด้างของผ้า และสมบัติการต้านแบคทีเรีย พบว่าภาวะที่เหมาะสมในการย้อมสีจากใบสะเดา คือ ต้มสกัดสีโดยใช้อัตราส่วนใบสะเดาต่อน้ำ 1:2 ที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 60 นาที จากนั้นกรองแยกกากใบสะเดาออก ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นที่อุณหภูมิห้อง เก็บรักษาน้ำสีในตู้เย็นได้เป็นเวลา 3 วัน ตกแต่งผ้าฝ้ายด้วยไคโตซานร้อยละ 0.3 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร โดยวิธีจุ่มอัด อบแห้ง และผนึกสาร ใช้อัตราส่วนน้ำหนักผ้า ต่อปริมาตรสารละลายไคโตซาน 1:50 จากนั้นทำการย้อมสีจากใบสะเดาบนผ้าฝ้ายทั้งที่ผ่านและไม่ผ่านการตกแต่งด้วย ไคโตซาน โดยใช้อัตราส่วนน้ำหนักผ้าต่อปริมาตรน้ำสี 1:50 ที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 90 นาที เมื่อนำมาทดสอบสมบัติความคงทนของสี พบว่าความคงทนของสีต่อการซักอยู่ในระดับดีถึงดีมาก ความคงทนของสีต่อการขัดถูทั้งภาวะแห้งและภาวะเปียกอยู่ในระดับดีถึงดีมาก ไม่มีผลต่อความกระด้างของผ้า และสามารถต้านแบคทีเรีย Staphylococcus aureus (Gram positive organism) ได้ร้อยละ 97.8 แต่ไม่สามารถต้านแบคทีเรีย Klebsiella pneumoniae (Gram negative organism)</p> พิชิตพล เจริญทรัพยานันท์ เสาวภาคย์ คนน้อย ศศิกานต์ พรหมวิเชียร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยเส้นใย ผ้า และแฟชั่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-04 2026-01-04 5 2 26 36 การย้อมสีผ้าไนลอนด้วยสารให้สีจากกากกาแฟ https://li05.tci-thaijo.org/index.php/Textile/article/view/1127 <p class="p1">&nbsp;</p> <p class="p2">งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำสารให้สีสกัดจากกากกาแฟมาประยุกต์ใช้ในการย้อมสีเส้นใยไนลอน โดยการสกัดสารให้สีจากกาแฟ ใช้อัตราส่วนระหว่างกากกาแฟต่อน้ำที่ 1 กรัม ต่อ 10 มิลลิลิตร ด้วยวิธีการต้มเดือดเป็นเวลา 60 นาที และนำสารละลายสีที่ได้ย้อมบนผ้าไนลอนที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 60 นาที ผลการศึกษาพบว่าสารละลายสีที่สกัดได้สามารถย้อมติดสีได้ดีในภาวะการย้อมที่เป็นกรด โดยมีค่าร้อยละของการย้อมติดสีอยู่ที่ร้อยละ 64.86 นอกจากนี้ได้ทำการศึกษาผลของสารมอร์แดนท์ (Mordants) ต่อลักษณะสีและสมบัติความคงทนของสีของผ้าที่ได้ โดยใช้กระบวนการมอร์แดนท์หลังการย้อม (Post-mordanting) ด้วยอะลูมิเนียมโพแทสเซียมซัลเฟตและเฟอร์รัสซัลเฟต และทำการทดสอบความคงทนของสีต่อการซักล้างและความคงทนของสีต่อการขัดถูตามมาตรฐานการทดสอบ AATCC พบว่ากระบวนการมอร์แดนท์หลังการย้อมมีผลต่อลักษณะสีของผ้า โดยการใช้เฟอร์รัสซัลเฟตมีผลต่อการเปลี่ยนสีของผ้าสูงกว่าการใช้อะลูมิเนียมโพแทสเซียมซัลเฟต สำหรับความคงทนของสีต่อการซักล้างและความคงทนของสีต่อการขัดถู ทั้งที่ไม่ผ่านการทำมอร์แดนท์และหลังทำมอร์แดนท์ค่าความคงทนอยู่ในระดับดี มีค่าอยู่ในระดับดี</p> จิรภัทร จิรคุณานนท์ นงนุช ศศิธร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยเส้นใย ผ้า และแฟชั่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-04 2026-01-04 5 2 37 47