ปัจจัยที่มีผลต่อการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียนของปู่ ย่า ตา ยาย จังหวัดชัยภูมิ
คำสำคัญ:
อบรมเลี้ยงดู, เด็กก่อนวัยเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ศึกษาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียนของปู่ ย่า ตา ยาย จังหวัดชัยภูมิ 2) เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียนของปู่ ย่า ตา ยาย จังหวัดชัยภูมิ 3) เพื่อศึกษาทัศนคติที่มีต่อการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียนของ ปู่ ย่า ตา ยาย จังหวัดชัยภูมิ 4) เพื่อศึกษาแรงสนับสนุนทางสังคมต่อการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียนของปู่ ย่า ตา ยาย จังหวัดชัยภูมิ 5) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน สัมพันธภาพในครอบครัว ความรู้เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียน ทัศนคติที่มีต่อการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียน และแรงสนับสนุนทางสังคมกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียนของปู่ ย่า ตา ยาย จังหวัดชัยภูมิ 6) ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียนของปู่ ย่า ตา ยาย จังหวัดชัยภูมิ โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบการสุ่มตัวอย่างหลายขั้นตอน (Multistage Random Sampling) คือ ปู่ ย่า ตา ยายที่ทำหน้าที่หลักในการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียน จำนวน 390 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม(Questionnaire) จำนวน 6 ส่วน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ประมวลผลสำเร็จรูป การตรวจสอบความสอดคล้องของเนื้อหา ค่าดัชนีความสอดคล้อง ได้เท่ากับ 0.90 ค่าความยากง่ายค่าอำนาจ จำแนกเท่ากับ 0.36, 0.71 และค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับได้เท่ากับ 0.954 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ แจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ Multiple Regression Analysis
ผลการศึกษาพบว่า
การอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียน กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยรวม อยู่ในระดับเป็นประจำ (X̅=65.24, S.D.=8.63) ด้านความรู้เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ อยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 53.10 ด้านทัศนคติที่มีต่อการเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียน กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยรวม อยู่ในระดับเห็นด้วย (X̅=32.83, S.D.=2.68) สัมพันธภาพในครอบครัวต่อการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียน กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยรวม อยู่ในระดับบ่อยครั้ง (X̅=-30.81, S.D.=4.20) แรงสนับสนุนทางสังคมต่อการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียน เฉลี่ยรวมทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง (X̅=43.59, S.D.=6.15) สัมพันธภาพในครอบครัวแรงสนับสนุนทางสังคมและระดับการศึกษา สามารถทำนายพฤติกรรมการอบรมเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียนของ ปู่ ย่า ตา ยาย ได้ร้อยละ48.10 (=11.819, SE=3.205, 3.688, p=<. 01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 ข้อเสนอแนะผลการศึกษาที่ได้ควรนำไปจัดทำแผนงานกิจกรรมการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียนให้ปู่ ย่า ตา ยายที่ดูแลเด็กสนับสนุนให้เกิดการนำไปปฏิบัติในการดูแลเด็กก่อนวัยเรียนของปู่ ย่า ตา ยาย ได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา เทียนลาย, และวรรณี หุตะแพทย์. (2558). สถานการณ์การเลี้ยงดูหลานในครัวเรือนข้ามรุ่นของประเทศไทย. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
กวินารัตน์ สุทธิสุคนธ์. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อสัมพันธภาพในครอบครัวไทย. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 10:151-168.
จินตนา พัฒนพงศ์ธร และวันนิสาห์ แก้วแข็งขัน. (2561). รายงานการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย ครั้งที่ 6 พ.ศ.2560. นนทบุรี: กลุ่มสนับสนุนวิชาการและการวิจัยสำนักส่งเสริมสุขภาพกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
จินตนา พัฒนพงศ์ธร, และชัยชนะ บุญสุวรรณ. (2558). การศึกษาพัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย ปี2557. สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย.
จันท์พิมพ์ สารากร, จุฑามาศ โชติบาง และมาลี เอื้ออำนวย. (2563). ความรู้และการปฏิบัติของผู้ดูแลหลักเพื่อการส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. พยาบาลสาร, 47(2), 1-11.
จินตนา พัฒนพงศ์ธร, และชัยชนะ บุญสุวรรณ. (2558). การศึกษาพัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย ปี 2557. สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย.
จิราพร ชมพิกุล. (2552). สัมพันธภาพในครอบครัวไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน. มหาวิทยาลัยมหิดล.
ณิชาณี พันธุ์งาม. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการกระตุ้นพัฒนาการเด็กในชุมชน จังหวัดนครราชสีมา. วารสารศูนย์ศูนย์อนามัยที่ 9: วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 11(25), 5-20.
นิตยา คชภักดี. (2557). พัฒนาการเด็กและพฤติกรรมเด็ก. ใน นิรชา เรืองดารกานนท์, ทิพวรรณ หรรษคุณาชัย, รวิวรรณ รุ่งไพรวัลย์, และชาคริยา ธีรเนตร (บรรณาธิการ). ตำราพัฒนาการเด็กและพฤติกรรมเด็ก. (น.394-359). กรุงเทพมหานคร: บริษัทโฮลิสติกพับลิชชิ่ง จำกัด.
พิมพาภรณ์ กลั่นกลิ่น. (2561). การพยาบาลเด็กเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ. เชียงใหม่: โครงการตำราคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วิภา สถิตภูมิ. (2559). ความคาดหวังของผู้ปกครองต่อการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลตำบลพรหมคีรี อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 3(1), 70-81.
วิวรรณา คล้ายคลึง, วารุณี เพไร, และภัทรพร อรัณยภาค. (2563). ความเครียดและความรู้สึกเป็นภาระของผู้สูงอายุที่ทำหน้าที่หลักในการเลี้ยงดูหลาน. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ปีที่ 21 ฉบับที่ 41 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
สมัย ศิริทองถาวร. (2561). การพัฒนาคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 63(1), 3-12.
สุรศักดิ์ ภักดี และรุจิรา ดวงสงค์. (2561). ความรู้ ทัศนคติเกี่ยวกับโรคฟันผุและการดูแลสุขภาพช่องปากในเด็กก่อนวัยเรียนของผู้ปกครองในเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 21(22), 186-193.
อุดมลักษณ์ กุลพิจิตร และพัชราภรณ์ พุทธิกุล. (2560). การวิเคราะห์สถานการณ์ของการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองที่ไม่ใช่พ่อแม่และการนำเสนอนวัตกรรมเสริมสร้างความผูกพันในครอบครัว. วารสารครุศาสตร์; 45(3): 188-205.
Department of Health, Bureau of Health Promotion. (2017). Survey of early childhood health report Nonthaburi: Nonthaburi: Department of Health. (in Thai).
Dougherty, T., Baron, S., Miller, K. (2015). Female under-representation among philosophy majors: A of the hypotheses and a survey of the evidence. Feminist Philosophy Quarterly: 1(1), 30-1.
Gesell, Arnold. (1954). The First Five Years of life: A Guide to the Study of the Preschool Child. New York: Harper.
Geurts, T., Van Tilburg, T.G., & Poortman, A. R. (2015). The grandparent-grandchild relationship in childhood and adulthood: A matter of continuation? Personal Relationships 19, 336-340.
National Statistical Organization. (2015). Thailand multiple Indicator cluster survey. In Bangkok: National Statistical Organization and UNICEF.
Srinon, R. (2015). A causal model of well-being among grandmothers raising grandchildren of their adolescent daughters. Doctoral Dissertation (PhD. in Nursing Science), Faculty of nursing, Burapha University.
Sutham, N. (2016). Family, Child rearing and Development of Preschoolers in Thailand. Journal of Public Health.,46(3), 36-50. (in Thai).
Yupadee, P.&, Sudapron, P. (2019). Model of promoting language development in children Aged 2-4 years old by parents or caregivers: A case study of Ban Ratchakhram child care center, Phranakhon Si Ayutthaya Province. J Nurs Sci 2016; 34(2): 34-44. (in Thai).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##
