ผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ คลินิกยาต้านไวรัสเอดส์ โรงพยาบาลศรีเทพ

ผู้แต่ง

  • สาวิตรี มานะพิชิตวงษ์ โรงพยาบาลศรีเทพ

คำสำคัญ:

โปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ, ผู้ติดเชื้อเอชไอวี, ผู้ป่วยเอดส์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experimental research) แบบ 2 กลุ่ม มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ก่อน และหลังการทดลอง 2) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ หลังการทดลองระหว่างกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ ที่เข้ารับการรักษาที่คลินิกรับยาต้านไวรัสเอดส์ของโรงพยาบาลศรีเทพ ได้มาโดยเลือกแบบเจาะจง จำนวน 30 คน และกลุ่มควบคุม 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย ได้แก่ โปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ และเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม จำนวน 3 ส่วน ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา (Content Validity) และมีความเหมาะสมของเนื้อหา ค่าดัชนีของความสอดคล้อง (IOC) ได้เท่ากับ 0.71 และค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับ ได้เท่ากับ 0.83 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ สถิติ Paired Samples t - test และ Independent sample t-test
ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังการทดลองอยู่ในระดับสูง (Mean= 32.80, S.D =0.543) และ (Mean=36.767, S.D = 0.328) พฤติกรรมด้านการป้องกันตนเองและป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น ในระดับสูงทั้งก่อนและหลังทดลอง (Mean =36.233, S.D=0.585) และ (Mean = 36.267, S.D = 0.570) พฤติกรรมการกินยาต้านไวรัสทั้งก่อนและหลังอยู่ในระดับสูง (Mean = 15.500, S.D = 1.042 ) และ (Mean =15.333, S.D = 1.016) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ ก่อนและหลังทดลอง พบว่า หลังทดลองกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเอง สูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 (t=9.044,p <. 01) และหลังการทดลองกลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเอง สูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 (t=8.50, p <. 01) การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้โปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ ทั้งสามด้านในการดูแลตนเอง การป้องกันเองตนและผู้อื่น การกินยาอย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าผู้ติดเชื้อจะมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมอยู่ในระดับสูง จำเป็นต้องกระตุ้นเตือนให้ผู้ติดเชื้อมีพฤติกรรมที่ถูกต้อง ในการดูแลตนเองและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่นเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวต่อไป

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค. (2018). แนวทางการทดสอบ HIV และป้องกันในประเทศไทย พ.ศ. 2560 ฉบับแรก. กรุงเทพฯ: บริษัท สหมิตรพิมพ์และพับเล็ต ข้อมูลทะเบียนผู้ป่วยโงพยาบาลศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ณ วันที่ 1 มกราคม 2567

ทัศนีย์ ขันทอง. (2556). ศึกษาผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเอง และระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ใช้อินซูลิน. วารสารสภาการพยาบาล ปีที่ 28 ฉบับที่ 1 หน้าที่ 85-98

ศิริลักษณ์ ถุงทอง. (2557). การปรับพฤติกรรมการจัดการตนเองในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้. วารสารพยาบาลทหารบก ปีที่ 18 ฉบับพิเศษ หน้า 17-24

ศิริลักษณ์ น้อยปาน. (2556). การจัดการตนเองของแคนเฟอร์ และกาลิก-บายส์มาใช้ในการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้สูงอายุที่ล้างไตทางหน้าท้องแบบต่อเนื่อง. การประชุมวิชาการหาดใหญ่วิชาการ ครั้งที่ 4 วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 หน้า 60-70

Cohen J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale, NJ: Erlbaum;

UNAIDS. (2018). UNAIDS Data 2018. https://www.unaids.org/sites/default/files/media_asset/unaids-data-2018_en.pdf เข้าถึงเมื่อ 14/09/2566

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-18

รูปแบบการอ้างอิง

มานะพิชิตวงษ์ ส. (2026). ผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ คลินิกยาต้านไวรัสเอดส์ โรงพยาบาลศรีเทพ. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา-สสศท, 15(1), 15–28. สืบค้น จาก https://li05.tci-thaijo.org/index.php/AEET/article/view/993

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย