ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ในเด็กของผู้ปกครองเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
คำสำคัญ:
พฤติกรรม, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, โรคมือ เท้า ปากบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ในเด็กของผู้ปกครอง 2) เพื่อศึกษาแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพเกี่ยวกับโรคมือ เท้า ปาก ในเด็กของผู้ปกครอง 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ และแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ กับพฤติกรรมการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ในเด็กของผู้ปกครอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นผู้ปกครองที่มีหน้าที่หลักในการดูแลเด็ก จำนวน 230 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างเป็นระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม จำนวน 5 ส่วน ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ได้เท่ากับ .98 ความยากง่าย และอำนาจจำแนก ได้เท่ากับ .50, .89 ตามลำดับและค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับ ได้เท่ากับ .86 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอ้างอิงใช้สถิติการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 68.70 ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 31- 40 ปี ร้อยละ 45.70 การศึกษาปริญญาตรีมากที่สุด ร้อยละ 46.50 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ร้อยละ 34.30 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 15,001 - 20,000 บาท ร้อยละ 39.10 ส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับโรคมือ เท้า ปาก อยู่ในระดับมีความรู้สูง ร้อยละ 49.10 มีคะแนนเฉลี่ยทัศนคติเกี่ยวกับโรคมือ เท้า ปาก อยู่ในระดับดีมาก (Mean= 4.23, S.D .= 0.51) มีคะแนนเฉลี่ยแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพเกี่ยวกับโรคมือ เท้า ปาก โดยรวมอยู่ในระดับมาก (Mean = 4.19, S.D .= 0.34) และมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ระดับปฏิบัติดีมาก (Mean = 4.21, S.D .= 0.55) และปัจจัยด้านทัศนคติเกี่ยวกับโรคมือ เท้า ปาก การรับรู้อุปสรรคในการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ปัจจัยด้านความรู้เกี่ยวกับโรคมือ เท้า ปาก การรับรู้ความรุนแรงของการเกิดโรคมือ เท้า ปาก สามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ได้ร้อยละ 22.60 (=22.879, p <. 01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ข้อเสนอแนะ นำผลการศึกษาที่ได้ นำไปส่งเสริมทัศนคติ ความรู้ และแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ให้กับผู้ปกครองเด็กต่อไป
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ นวนเกิด. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากของผู้ปกครองเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. วิทยานิพนธ์ หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
นิติพงศ์ ศรีเบญจมาศ. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากของผู้ปกครองเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. PSRU Journal of Science and Technology 2(3):9-19, 2017.
พัชราภรณ์ บดีรัฐ. (2554). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากของผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนในศูนย์เด็กเล็ก อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร. วิทยานิพนธ์ หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
มัลลิกา อุตตะมา. (2565). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากของผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา. การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง หลักสูตรปริญญาสาธารณสุขมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยพะเยา.
สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2550). แนวทางการปฏิบัติงานโรคมือ เท้า ปากและโรคติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 สำหรับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร: ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสามชุก. (ม.ป.ป.). สรุปสถานการณ์โรคมือเท้าปาก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2565 .
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค [ออนไลน์]. (2566, 30 ตุลาคม).สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก. เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=11
Cohen J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2" ed. Hillsdale, NJ: Erlbaum;
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##
