การปั่นด้ายจากเส้นใยผลตาลสุกด้วยกระบวนการปั่นด้ายแกนกลาง

Main Article Content

นรากร พรมกัณฑ์
ภัทราพร ไวยะเขตกรณ์
รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์
นฤพน ไพศาลตันติวงศ์
ไกรฤกษ์ วิเสสพันธุ์
สัมภาษณ์ สุวรรณคีรี
กิติยาพร ทิมาไชย

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการผลิตเส้นด้ายจากเส้นใยผลตาลสุก ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการปั่นด้ายแบบแกนกลาง โดยเลือกใช้เส้นด้ายพอลิเอสเทอร์เป็นแกนกลางในการตีเกลียวควบคู่กับเส้นใยตาล ผลิตเส้นด้ายด้วยเครื่องมือปั่นด้ายด้วยมือ นำเส้นด้ายที่ได้ไปทอเป็นผืนผ้าด้วยโครงสร้างลายขัด และทดสอบสมบัติทางกายภาพทั้งในระดับเส้นด้ายและผืนผ้า พบว่า เส้นด้ายที่ได้มีขนาดเฉลี่ย 471.42 เท็กซ์ มีค่าความแข็งแรงต่อแรงดึง 0.04 นิวตัน/เท็กซ์ และอัตราการยืดตัวเฉลี่ย 16.06% ลักษณะของเส้นด้ายมีความหนาแน่น เหมาะสมสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงมากกว่าความประณีต เช่น งานหัตถกรรมหรือวัสดุก่อสร้าง ขณะที่ผ้าทอมีน้ำหนัก 550.21 กรัมต่อตารางเมตร ความหนาแน่นของเส้นด้ายยืนและพุ่งอยู่ที่ 19 และ 18 เส้นต่อนิ้วตามลำดับ มีองค์ประกอบของเส้นใยฝ้ายร้อยละ 50 เส้นใยตาลร้อยละ 45 และเส้นใยพอลิเอสเทอร์ร้อยละ 5 ความแข็งแรงของผ้าต่อแรงดึงแนวด้ายพุ่งสูงกว่าด้ายยืน (595 นิวตัน ต่อ 581 นิวตัน) แสดงถึงประสิทธิภาพของการผสมผสานเส้นใยธรรมชาติกับเส้นใยสังเคราะห์ได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าเส้นใยผลตาลสุกสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอเชิงสร้างสรรค์ได้ดี ช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น ลดของเสีย และสนับสนุนแนวคิดสิ่งทอยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พรมกัณฑ์ น. ., ไวยะเขตกรณ์ ภ., มงคลรัตนาสิทธิ์ ร., ไพศาลตันติวงศ์ น., วิเสสพันธุ์ ไ. ., สุวรรณคีรี ส., & ทิมาไชย ก. (2025). การปั่นด้ายจากเส้นใยผลตาลสุกด้วยกระบวนการปั่นด้ายแกนกลาง. วารสารวิจัยเส้นใย ผ้า และแฟชั่น, 4(2), 35–47. สืบค้น จาก https://li05.tci-thaijo.org/index.php/Textile/article/view/1113
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์, คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

n/a

เอกสารอ้างอิง

Kumar, R., Singh, S., and Singh, R. (2017). Characterization of natural fibers obtained from Borassus flabellifer fruit. Journal of Natural Fibers, 14 (2), 201–210.

Ramesh, M., Palanikumar, K., and Reddy, K. H. (2019). Plant fibre based bio-composites: Sustainable and renewable green materials. Renewable and Sustainable Energy Reviews, 79, 558-584.

Sreenivasan, V. S., Manikandan, V., Narayanasamy, R., Rajini, N., and Bharathiraja, G. (2020). Materials and characterization techniques for natural fibre composites: A review. Journal of Reinforced Plastics and Composites, 39 (1), 15–26.

รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์, จรูญ คล้ายจ้อย, กิตติศักดิ์ อริยะเครือ, ก้องเกียรติ มหาอินทร์, ศรัณย์ จันทร์แก้วสาคร ชลสาคร, ณัฐดนย์ รุ่งเรืองกิจไกร, ศิริอร วณิชโชตยานนท์, ณัฐยา พรรณรัตนศิลป์, จิตติ พัทธวณิช, เริงศักดิ์ มานะสุนทร, มนัส แป้งใส, จันทร์เพ็ญ ชุมแสง และ พิทักษ์ อุปัญญ์. (2557). การพัฒนาเส้นใยจากผลลูกตาลเพื่อผลิตแผ่นกันความร้อน และการประยุกต์ใช้งานสำหรับสิ่งทอเทคนิค. (รายงานการวิจัย). กรุงเทพมหานคร: สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ.

The American Society of Textile Materials (ASTM). (2002). ASTM D 1059-01 Standard Test Method for Yarn Number Based on Short-Length Specimens. Pennsylvania: ASTM International.

American Association of Textile Chemist and Colorists (AATCC). (2020). Technical Manual: Volume 95. North Carolina: American Association of Textile Chemists and Colorists.

The American Society of Textile Materials (ASTM). (2002). ASTM D 2256-97 Standard Test Method for Tensile Properties of Yarns by the Single-Strand Method. Pennsylvania: ASTM International.

The American Society of Textile Materials (ASTM). (2015). ASTM D 3776/ D3776M-09a (2013) Standard guide for mass per unit area (weight) of fabric. Pennsylvania: ASTM International.

The American Society of Textile Materials (ASTM). (2015). ASTM D 5035-09 (Reapproved 2013) Standard test method for breaking strength and elongation of textile fabrics (Strip Method). Pennsylvania: ASTM International.

The American Society of Textile Materials (ASTM). (2015). ASTM D 1424-11 (Reapproved 2015) Standard test method for tearing strength of fabrics by falling pendulum (Elmendorf –type) apparatus. Pennsylvania: ASTM International.