สาหร่ายไกสู่สุขภาพ: การยกระดับพืชน้ำท้องถิ่นด้วยนวัตกรรม ในรูปแบบอาหารเจลแผ่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยเฉพาะทรัพยากรพืชน้ำจืดซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หนึ่งในนั้นคือ "สาหร่ายไก" (Cladophora glomerata kützing) พืชน้ำจืดท้องถิ่นที่พบได้ในแหล่งน้ำสะอาดหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงจังหวัดขอนแก่น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เจลและหาแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลจากสาหร่ายไก โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้บริโภคในเมืองขอนแก่น (ขั้นการทดสอบที่ 1 จำนวน 10 คน และขั้นการทดสอบที่ 2 จำนวน 60 คน) จำแนกการทดสอบออกเป็น 2 ขั้น ได้แก่ การประเมินระดับความพึงพอใจ (5 ระดับ) และระดับความชอบ (9 ระดับ) โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบค่าที (t-test) เพื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม ผลการศึกษาพบว่าผลิตภัณฑ์เจลแผ่นจากสาหร่ายไก รสเลมอน ได้รับคะแนนความพึงพอใจในระดับสูง ขณะที่สูตรดั้งเดิมจากมีคะแนนความพึงพอใจต่ำกว่าในด้านรสชาติ จากผลการทดสอบค่าทีพบว่าไม่มีปัจจัยด้านใด ๆ ของผลิตภัณฑ์สูตรลดน้ำหนักระหว่างกลิ่นเบอร์รี่และกลิ่นองุ่นมีระดับคะแนนไม่แตกต่างกัน จากผลการทดสอบค่าทีพบว่าปัจจัยด้านความใสและความนุ่มของผลิตภัณฑ์สูตรเสริมโปรตีนระหว่างกลิ่นเบอร์รี่และกลิ่นองุ่นมีระดับคะแนนแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ข้อเสนอแนะหลักจากผู้บริโภคคือความต้องการปรับเนื้อเจลให้มีความหนืดมากขึ้น ปรับรสชาติให้มีความเปรี้ยวหวาน และเพิ่มกลิ่นผลไม้ รวมถึงปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น การวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสาหร่ายไกในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมูลค่าเพิ่ม สอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคของผู้บริโภครุ่นใหม่ และสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในบริบทของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชีวภาพและการพัฒนานวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตของประเทศไทย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความลิขสิทธิ์ที่ได้รับการตรีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารเกษตรอนุภาคภูมิภาคลุ่มน้ำโขง คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม
เอกสารอ้างอิง
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2560). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS และ AMOS. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนสามัญบิสซิเนสอาร์แอนด์ดี
ธีนิดา บัณฑรวรรณ และเจษฎา คำผอง. (2564). การศึกษาความคุ้มค่าในการจัดการน้ำท่วมจากมูลค่าความเสียหายและผลกระทบของภัยน้ำท่วม: กรณีศึกษาถนน
บ้านกอก ชุมชนบ้านกอก จังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 11(2), 226-240.
ปณิดา แก้วกัลยา สุพัตรา โคตรทิพย์ และเริงวิชญ์ นิลโคตร (2567). การส่งเสริมเสริมทักษะชีวิตและอาชีพตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ประสบการณ์
โรงเรียนบ้านห้วยยาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2. วารสารปราชญ์ประชาคม, 2(1), 28-43.
พิชาศิษฐ์ แสงเมฆ และรฐานิษฐ์ สุขธนาภิรัตน์. (2563). โครงสร้างประชาคมแพลงก์ตอนพืชและคุณภาพน้ำที่เกี่ยวข้องหลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ พ.ศ. 2560:
กรณีศึกษาหนองหาร จังหวัดสกลนคร. วารสารวิทยาศาสตร์บูรพา, 25(3), 1035-1051.
ยุวดี พีรพรพิศาล. (2548). โครงการศักยภาพของสาหร่ายน้ำจืดขนาดใหญ่ในการนำมาเป็นอาหารและยา. กรุงเทพฯ
ยุวดี พีรพรพิศาล. (2548). สาหร่ายน้้าจืดในภาคเหนือของประเทศไทย. เชียงใหม่ : โชตนาพริ้นท์.
รัตนาภรณ์ จันทร์ทิพย์. (2562). การเพิ่มมูลค่าสาหร่ายน้ำจืดเป็นอาหารสุขภาพชนิดเจล. (ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยาการเกษตร,
มหาวิทยาลัย แม่ โจ้).
สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน. (2565). การศึกษาสถานการณ์ ปัจจัยและผลกระทบด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของผู้ขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหาร. กรุงเทพฯ:สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม
ในการทำงาน.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. https://cmudc.library.cmu.ac.th/frontend/Info/item/dc:32136
Ares, G., & Deliza, R. (2010). Studying the influence of package shape and colour on consumer expectations of milk desserts using word
association and conjoint analysis. Food quality and preference, 21(8), 930-937.
Buntornwon , T. ., & Phakdeeying, R. . (2022). A Study of environmental conservation factors of water bottles’ consumers in Khon Kaen
Province. Journal of Modern Learning Development, 7(7), 131–142. retrieved from https://so06.tci-
thaijo.org/index.php/jomld/article/view/256879
Buntornwon, T. . (2022). A Study of the Relationship between Marketing Mix and Purchasing Decisions of Bottled Water in Khon Kaen
Province. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(5), 399–415. retrieved from https://so02.tci-
thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/256619
Doungin, N., Buajan, C., Yamae, K., Chaiyarat, W., Salee, M., Pannarat, N., & Oupathumpanont, O. (2024). Selection of optimum formulas
for development of shrimp sour curry flavor konjac jelly products by evaluating sensory quality. Journal of Home Economics
Technology and Innovation, 3(1), 803. https://doi.org/10.60101/jhet.2024.803
Lawless, H. T., & Heymann, H. (2010). Sensory evaluation of food: principles and practices. Springer Science & Business Media.
Mongkhon, K., Kunna, N & Ruansung, R. (2022). Effect of Quantity of Mali Nil Surin Jasmine Germinated Brown Rice Flour with Kasalong
Flower Powder on Qualities of Fettuccine. Vocational Education Innovation and Research Journal, 6(1), 75–83. retrieved from
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ve-irj/article/view/252561
Moskowitz, H. R., Beckley, J. H., & Resurreccion, A. V. (2012). Sensory and consumer research in food product design and development.
John Wiley & Sons.
Ścieszka, S., & Klewicka, E. (2019). Algae in food: A general review. Critical reviews in food science and nutrition, 59(21), 3538-3547.
Silayoi, P., & Speece, M. (2004). Packaging and purchase decisions: An exploratory study on the impact of involvement level and time
pressure. British food journal, 106(8), 607-628.
Spence, C. (2015). Multisensory flavor perception. Cell, 161(1), 24-35.
Termwnog, N., Suwannaraks, R., & Tirawatnapong, S. (2024). Determination of Antioxidant Activity, Flavonoid Compounds and Phenolic
Compounds in Herbs. Advanced Science Journal, 24(1), 202-216.
Tuorila, H., & Cardello, A. V. (2002). Consumer responses to an off-flavor in juice in the presence of specific health claims. Food Quality
and Preference, 13(7-8), 561-569.
Wang, J., Zhang, M., & Fang, Z. (2019). Recent development in efficient processing technology for edible algae: A review. Trends in food
science & technology, 88, 251-259.
World Health Organization. (2023). Global status report on road safety (2023). World Health Organization. Retrieved from