การแยกเชื้อ Streptococcus agalactiae จากปลานิลที่เลี้ยงในกระชังแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม และการประเมินความไวต่อยาปฏิชีวนะในห้องปฏิบัติการ

Main Article Content

อดิเทพชัยย์การณ์ ภาชนะวรรณ
วายุ พานศรี

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ


 


การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อจำแนกเชื้อแบคทีเรียก่อโรค เพื่อทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ และเพื่อเปรียบเทียบผลของอาหารผสมยาต่ออัตราการรอดตายและการเจริญเติบโตของปลานิลที่เลี้ยงในกระชังในแม่น้ำโขง โดยใช้ยาปฏิชีวนะต่างชนิดกัน พบว่าเป็นเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus agalactiae ที่ก่อโรคในปลานิล และได้ทำการศึกษาความไวของเชื้อ ต่อยาปฏิชีวนะจำนวน 4 ชนิด ได้แก่ Enrofloxacin, Oxytetracycline, Amoxicillin และ Sulfamonomethoxine + trimethoprim โดยใช้ความเข้มข้นของตัวยาแต่ละชนิดคือ 5 %, 10 %, 20 % และ 40 % พบว่า Enrofloxacin 5 % มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus agalactiae ได้มากที่สุด รองลงมาคือ Sulfamonomethoxine + trimethoprim 5 %, Amoxicillin 5 % และ  Oxytetracycline 10 % ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของบริเวณยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (Inhibition zone) เท่ากับ 3.76±0.06, 2.74±0.17, 2.30±0.15 และ 1.74±0.10 เซนติเมตร ตามลำดับ จากนั้นทำการศึกษาความสามารถในการก่อโรคของเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus agalactiae แบ่งการทดลองเป็น 5 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ ๆ ละ 10 ตัว เลี้ยงในตู้ปลา เป็นเวลา 28 วัน โดยใช้อาหารผสมยาปฏิชีวนะต่างกัน ทดลองกับปลานิลที่น้ำหนักเฉลี่ยเริ่มต้น 36.6±1.34 กรัมและความยาวเฉลี่ยเริ่มต้น 13±0.94 เซนติเมตร พบว่าน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น (กรัม) จากอาหารผสม Enrofloxacin 5 % มีน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ 49.06±1.52 และน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด คือชุดที่อาหารไม่ผสมตัวยา 33.06±3.05 กรัม ในด้านความยาวเฉลี่ยเพิ่มขึ้น (เซนติเมตร) พบว่า ชุดอาหารผสม Enrofloxacin 5 % มีความยาวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ 3.40±0.34 และพบความยาวเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดคืออาหารชุดไม่ผสมตัวยา 2.33±0.28 เซนติเมตร ส่วนด้านอัตราการรอดตาย (%) พบว่า ชุดอาหารผสม Enrofloxacin 5 % มีอัตราการรอดตายมากที่สุด คือ 83.33±5.77 % และพบอัตราการรอดตายน้อยที่สุด คือชุดที่อาหารไม่ผสมตัวยา 16.66±11.54 % ส่วนอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (FCR) พบว่าชุดที่อาหารผสม Enrofloxacin 5 % มีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อดีที่สุด คือ 1.27±0.05 และ พบชุดที่มีค่า FCR สูงที่สุด คือ ชุดที่อาหารไม่ผสมตัวยา 2.90±0.22 สำหรับอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน พบว่าชุดอาหารผสม Enrofloxacin 5 % มีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวันมากที่สุดคือ 1.75±0.05 กรัม และพบค่าอัตราการเจริญเฉลี่ยต่อวันน้อยที่สุด คือ ชุดที่อาหารไม่ผสมตัวยา 1.18±0.10 กรัมต่อวัน เมื่อนำข้อมูลจากการทดลองอัตราการเจริญเติบโตที่ผสมยาปฏิชีวนะไปเปรียบเทียบวิเคราะห์ความแปรปรวนทางสถิติ (ANOVA) พบว่าทุกด้านของการเจริญเติบโตมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.01) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้ยาปฏิชีวนะที่ดีที่สุดในการศึกษาครั้งนี้ คือ Enrofloxacin 5 %, Sulfamonomethoxine + trimethoprim 5 %,  Amoxicillin 5 % และ Oxytetracycline 10 % ตามลำดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ภาชนะวรรณ อ., & พานศรี ว. (2026). การแยกเชื้อ Streptococcus agalactiae จากปลานิลที่เลี้ยงในกระชังแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม และการประเมินความไวต่อยาปฏิชีวนะในห้องปฏิบัติการ. วารสารเกษตรอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง, 3(1), 45–55. สืบค้น จาก https://li05.tci-thaijo.org/index.php/JAgriGMS/article/view/1547
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จิราพร เกสรจันทร์ สิทธิ บุณยรัตผลิน และกิจการ ศุภมาตย์. (2529). Streptococcus sp. กับโรคใน ปลาบู่ทราย. วารสารสงขลานครินทร์ 8(3): 329-332.

ชุติมา ถนอมสิทธิ์ และกฤติมา เสาวกูล. (2560). โรคสเตรปโตคอคโคซีส: กรณีศึกษาในปลาเศรษฐกิจ. วารสารวิทยาศาสตร์คชสารสาร. 39(2): 1-12.

พงศ์ศักดิ์ รัตนชัยกุลโสภณ และปาริชาติ พุ่มขจร. (2553). การใช้สมุนไพรในการป้องกันรักษาโรค. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 12(4): 63-71.

สรวณีย์ วิริยะอัครเดชา เบญจพร สัมฤทธิเวช และนิติ ชูเชิด, (2561). เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพและยาต้านจุลชีพตกค้างในการเลี้ยงปลานิลในจังหวัดอุบลราชธานีและ

จังหวัดเชียงราย. วารสารแก่นเกษตร 40 ฉบับพิเศษ : 355-361.

สุไหลหมาน หมาดโหยด สุณิษา คงทอง และอุมาพร ขิมมากทอง. (2562). ความชุกและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค

แบคทีเรียในปลานิลที่เลี้ยงในกระชังและการตรวจสอบเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาต้านจุลชีพในปลานิลที่เลี้ยงบริเวณแม่น้ำตาปี จังหวัดนครศรีธรรมราช.

รายงานการวิจัย. คณะสัตวแพทยศาสตร์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย.

อดิเทพชัยย์การณ์ ภาชนะวรรณ. (2555) (ก). ศักยภาพการใช้สมุนไพรไทยและสารสกัดสมุนไพรไทยในการใช้แทนยา

ปฏิชีวนะเพื่อควบคุมการติดเชื้อ Streptococcus agalactiae และ Aeromonas hydrophila ในปลานิล. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัย

อุบลราชธานี.

อดิเทพชัยย์การณ์ ภาชนะวรรณ. (2555) (ข). สเตรปโตคอคคัส อะกาแลคเทีย แบคทีเรียก่อโรคในคน โคนม และปลา. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม 2(3): 10-17.

Feng, C., Sun, J., Han, Z., & Yang, X. (2019). Isolation, Identification and Characteristics

of Aeromonas veronii From Diseased Crucian Carp (Carassius auratus gibelio). Aquaculture, 10, 1-10.

Bakour, S.. Rathored , J., Lo, C. I., Mediannikov, O., Beye, M., Ehounoud, C. B., Biagini, P., Raoult, D.,

Fournier, P.-E. & Fenollar, F. (2016). Non-contiguous finished genome sequence and description of Streptococcus varani sp.

nov. Aquaculture, 11, 93-102

Hoshina, T., Sona, T., & Marimoto, Y. (1958). A Streptococcus pathogen to fish. Journal of the Tokyo

in Nile Tilapia (Oreochromis niloticus). Emerging Infecticus Diseases 15(5): 774-776.

Joyce, J.E., Klesius, P.H., Pasnik, D.J., & Bohnsack, J.F. (2009). Human Streptococcus agalactiae Isolate

mariculture systems. Aquaculture 246: 37-61.

Reverter, M., Bontemps, N., Lecchini, D., Banaigs, B. & Sasal, P. (2014). Use of plant extracts in fish aquaculture as an alternative to

chemotherapy: current status and future perspectives. Aquaculture, 433, 50-61.

Robinson, J.A., & Meyer, F.P. (1966). Streptococcal Fish pathogen. J. Bacterial 92: 512.

Toranzo, A.E., F.P. Magarinos, F.P. & Romalde, J. L. (2005). A review of the main bacterial fish disease in

University of Fisheries 44: 57-68.