การท่องเที่ยวเชิงเกษตร: ถอดบทเรียนจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดนครพนม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อถอดบทเรียนจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี และสังเคราะห์เป็นโมเดลสำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยชุมชนในจังหวัดนครพนม การศึกษานี้รวบรวมข้อมูลจากเอกสารวิชาการ รายงานการศึกษา และสถิติที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับการศึกษาดูงานในพื้นที่จริงของศูนย์ห้วยทราย การสังเกตกิจกรรมต่าง ๆ และการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ จากนั้นนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและสังเคราะห์เป็นกรอบแนวคิด ผลการศึกษาพบปัจจัยความสำเร็จ 5 ประการของศูนย์ห้วยทราย ได้แก่ การพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่สร้างความมั่นคงด้านอาหารก่อน การสร้างนวัตกรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เพิ่มมูลค่าผลผลิต การจัดการทรัพยากรแบบหมุนเวียนที่ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ การมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกขั้นตอน และการเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ให้การเรียนรู้แบบครบวงจร บทความนี้ได้สังเคราะห์ออกมาเป็น "โมเดลเกษตรนำ ท่องเที่ยวตาม" ที่ประกอบด้วย 5 ฐาน ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดนครพนม โดยเฉพาะตำบลท่าค้อ อำเภอเมืองนครพนม ที่เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยวแล้ว และมีศักยภาพด้านอัตลักษณ์วัฒนธรรมเมืองมรุกขนครโบราณริมฝั่งโขง โมเดลนี้เน้นการวางรากฐานจากการเกษตรที่เข้มแข็งก่อนแล้วจึงบูรณาการการท่องเที่ยวเข้าไปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นธรรม ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของจังหวัดนครพนมที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมริมฝั่งโขงเป็นจุดเด่น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความลิขสิทธิ์ที่ได้รับการตรีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารเกษตรอนุภาคภูมิภาคลุ่มน้ำโขง คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2566). แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566–2570). กระทรวงการ
ท่องเที่ยวและกีฬา.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. (2566). ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ. สำนักงาน กปร.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. (2568). สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมศูนย์
ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. สำนักงาน กปร.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง. สำนักงานสภาพัฒนาการ
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
Barbieri, C., Xu, S., Gil-Arroyo, C., & Rich, S. R. (2016). Agritourism, farm visit, or...? A branding
assessment for recreation on farms. Journal of Travel Research, 55(8), 1094–1108.
Duxbury, N., Carvalho, C., & Vinagre de Castro, T. (2020). Cultural sustainability, art and
community engagement. Routledge.
Flanigan, S., Blackstock, K., & Hunter, C. (2015). Generating public and private benefits through
understanding what drives different types of agritourism. Journal of Rural Studies, 41,
–141.
Goodwin, H., & Santilli, R. (2020). Community-based tourism: A success? Responsible Tourism
Partnership.
OECD. (2022). Local cultural and creative economies: Strategies for sustainable development.
OECD Publishing.
Phelan, C., & Sharpley, R. (2021). Exploring entrepreneurial skills and competencies in farm
tourism. Journal of Rural Studies, 84, 79–90.
Richards, G. (2021). Rethinking cultural tourism: New perspectives on theory and practice.
Edward Elgar Publishing.
Schipmann, C., & Qaim, M. (2015). Supply chain differentiation and smallholder development:
Evidence from Thailand. Journal of Development Studies, 51(5), 571–586.
Sznajder, M., Przezborska, L., & Scrimgeour, F. (2019). Agritourism (2nd ed.). CABI.
Tasci, A. D. A., Semrad, K. J., & Yilmaz, S. S. (2023). Community-based tourism: Theory and
practice. Emerald Publishing.
Tew, C., & Barbieri, C. (2015). The perceived benefits of agritourism: The provider's perspective.
Tourism Management, 33(1), 215–224.
UNWTO. (2023). Global report on community-based tourism. UN World Tourism Organization.